#เตือนภัยมิจฉาชีพออนไลน์ รู้ทันโปรไฟล์ปลอม

#เตือนภัยมิจฉาชีพออนไลน์ รู้ทันโปรไฟล์ปลอมเพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเครื่องมือในขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ. แจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะสุภาพสตรีให้ใช้ความระมัดระวังในการใช้โซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชันหาคู่ พฤติการณ์ของคนร้ายจะใช้รูปแบบหลอกให้รัก เพื่อหลอกลวงเหยื่อให้ตายใจ ก่อนจะชักจูงให้กระทำการลักลอบขนยาเสพติดผิดกฎหมาย.สรุปกลวิธีของคนร้ายเพื่อเป็นกรณีศึกษาและเป็นแนวทางป้องกันสำหรับประชาชน ดังนี้1. การสร้างโปรไฟล์ที่หรูหราและดึงดูดใจ: มิจฉาชีพจะสร้างโปรไฟล์ปลอมบนแอปพลิเคชันหาคู่และโซเชียลมีเดีย โดยใช้รูปภาพของชายชาวต่างชาติหน้าตาดี แอบอ้างว่าเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ วิศวกร หรือทหารที่มีความมั่นคงทางการเงินเพื่อดึงดูดความสนใจ2. การใช้คำหวานและการหว่านล้อม: คนร้ายจะเข้าหาหญิงไทยเพื่อสร้างความสนิทสนมและความสัมพันธ์ฉันคนรัก โดยใช้คำพูดให้ความหวังถึงอนาคตร่วมกัน3. การเปลี่ยนช่องทางการติดต่อ: เมื่อเหยื่อเริ่มเชื่อใจและไว้วางใจ มิจฉาชีพจะโน้มน้าวให้ย้ายไปสนทนาผ่านแอปพลิเคชันอื่นที่ติดตามตัวได้ยากขึ้น เพื่อหลบหนีการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่4. การหลอกใช้เหยื่อเป็นเครื่องมือ: เมื่อเหยื่อตกหลุมรัก มิจฉาชีพจะออกอุบายให้เหยื่อเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรับ “ของ” โดยอ้างว่าเป็นสินค้าสำคัญ หรือเสนอเงินตอบแทนสูงเพื่อเป็นแรงจูงใจ สิ่งของที่เหยื่อไปรับนั้นแท้จริงแล้วคือยาเสพติด ซึ่งถูกซุกซ่อนมาในรูปแบบต่างๆ เช่น กล่องพัสดุ ถุงกาแฟ หรือซองขนม5. การใช้ช่องทางข้ามแดนตามธรรมชาติ: คนร้ายจะสั่งให้เหยื่อลักลอบข้ามพรมแดนอย่างผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่.สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้ประชาชนระมัดระวังเมื่อต้องติดต่อสื่อสารกับคนแปลกหน้าบนโลกออนไลน์ โดยมีมาตรการป้องกันดังต่อไปนี้• อย่าหลงเชื่อโปรไฟล์ที่ดูดีเกินจริง: รูปภาพที่ดูดีและประวัติการทำงานที่น่าประทับใจ อาจเป็นเพียงฉากบังหน้าเพื่อการหลอกลวง• ตรวจสอบตัวตน: พยายามตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของบุคคลที่คุณกำลังพูดคุยด้วย เช่น ใช้การค้นหาด้วยรูปภาพ (Reverse image search ผ่าน Google Images) เพื่อดูว่ารูปภาพเหล่านั้นถูกขโมย หรือนำไปใช้ที่อื่นหรือไม่• งดโอนเงินหรือรับของเด็ดขาด: หากคนที่คุณเพิ่งรู้จักทางออนไลน์ขอให้คุณโอนเงินหรือรับพัสดุแทน ไม่ว่าพวกเขาจะมีข้ออ้างใดๆ ก็ตาม ให้ปฏิเสธและตัดการติดต่อทันที• มีสติและระแวดระวังอยู่เสมอ: ความรักที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วผ่านหน้าจอ มักแฝงไปด้วยอันตราย จงใช้เหตุผลให้มากกว่าอารมณ์• ปรึกษาบุคคลที่ไว้ใจได้: หากไม่แน่ใจหรือสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนที่คุณกำลังสนทนาด้วย ให้ปรึกษาครอบครัวหรือคนใกล้ชิด เพื่อช่วยประเมินสถานการณ์.สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยืนยันความมุ่งมั่นในการปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน หากท่านพบเบาะแสหรือตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพ โปรดแจ้ง สายด่วน 191 หรือ 1599#เตือนภัยออนไลน์#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ#RoyaThaiPolice#สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ

หลอกโอนเงินไม่พอ… ขับรถมารับเงินสดถึงหน้าบ้าน

หลอกโอนเงินไม่พอ… ขับรถมารับเงินสดถึงหน้าบ้านแผนลวงสวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่ : แอบอ้างเป็นพนักงานธนาคาร หรือ ตำรวจ หรือ ดีเอสไอ แล้วติดต่อทางไลน์สร้างความกลัว : ข่มขู่ว่าเหยื่อพัวพันคดีฟอกเงินต้องนำทรัพย์สินทั้งหมดมาตรวจสอบรูปแบบที่เปลี่ยนไปต้องระวัง!จากเดิมที่หลอกให้โอนเงินผ่านแอปฯ ตอนนี้มิจฉาชีพเหิมเกริม อุดช่องโหว่การอายัดบัญชี ให้เหยื่อถอนเงินสดทั้งหมดที่มี ทั้งในรูปแบบสลากออมสิน, บัญชีเงินฝาก, หุ้นสหกรณ์แล้ว “ส่งคนมารับถุงเงินถึงหน้าบ้าน” (เหยื่อรายหนึ่งถูกลวงด้วยวิธีนี้คนร้ายมารับถุงเงินที่บ้าน จ.พิษณุโลก 5 ครั้ง รวมกว่า 15 ล้านบาท)หลอกใช้คนในครอบครัวอาศัยความตกใจของเหยื่อให้ญาติหรือลูกหลาน เป็นคนช่วยประสานงานและทำธุรกรรมให้ ทำให้เหยื่อยิ่งเชื่อใจและทำตามได้ง่ายขึ้น แล้วยังหลอกให้โอนเงินเข้า “บัญชีม้า” อ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียม, ค่าเดินทางเจ้าหน้าที่ หรือค่าเอกสาร (สูญเงินเพิ่มอีกกว่า 1.7 แสนบาท)3 กฎเหล็กจำไว้ ป้องกันตัวเองและคนในครอบครัวจำไว้ – หน่วยงานราชการและธนาคารไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ แอด LINE เพื่อตรวจสอบบัญชีหรือคดีความจำไว้ – ไม่โอน – ไม่ถอน หากมีการข่มขู่เรื่องฟอกเงิน ให้วางสายแล้วโทรเช็กหรือไปที่ไปสถานีตำรวจ/ธนาคารสาขาด้วยตัวเองเท่านั้นจำไว้ – ทุกคนต้องติดตามข่าวสารให้รู้ทันกลโกง คนร้ายพุ่งเป้าผู้สูงวัยมีเงินเก็บ ดังนั้นลูกหลานต้องช่วยสังเกตและต้องรู้เท่าทัน มิเช่นนั้นจะกลายเป็นผู้ช่วยโจรโดยไม่ตั้งใจไม่เชื่อไม่รีบไม่โอน สอบถาม แจ้งเหตุ โทร.1441ที่มา : ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ANTI CYBER SCAM CENTER) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ#เตือนภัยออนไลน์#วัคซีนไซเบอร์#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

การออกตรวจที่เกิดเหตุ

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2569 เวลาประมาณ 15.50 น. ขณะ ร.ต.อ.หญิง กุลรัศมิ์  สัมดี   รอง สว.(สอบสวน)  สภ.เมืองศรีสะเกษ ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนเวรคดีอาญา ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ สภ.เมืองศรีสะเกษ    ว่ามีเหตุคนงานพลัดตกจากช่องท่อของโรงงาน บริเวณอาคารในโรงงานผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวซุนกี่ ต.โพนข่า อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ    จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับแล้วได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบผู้เสียชีวิต 1 ราย พนักงานสอบสวนจึงได้บันทึกที่เกิดเหตุ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพที่เกิดเหตุ จัดทำแผนที่สังเขปไว้และได้ร่วมกับแพทย์ประจำโรงพยาบาลศรีสะเกษ ทำการชันสูตรพลิกศพผู้ตาย สอบถามญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต และรับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดี            ช.241/2569 ลง 18 มิ.ย. 2569

ห้อง One Stop Service การแจ้งความร้องทุกข์

        เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2569  เวลาประมาณ 15.20 น. ร.ต.อ.กิติศักดิ์ อุดมรักษ์  รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองศรีสะเกษ ขณะปฏิบัติหน้าที่ พนักงานสอบสวนคดีอาญา รับแจ้งยักยอกทรัพย์พนักงานสอบสวนสอบถามรายละเอียดข้อเท็จจริงและสอบปากคำผู้เสียหาย และรับคำร้องทุกข์ เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

การรับแจ้งความร้องทุกข์

        เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2569  เวลาประมาณ 18.00 น. ร.ต.อ.กิติศักดิ์  อุดมรักษ์ รอง สว.(สอบสวน) ขณะปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนเวรคดีอาญา ได้รับรับแจ้งจากศูนย์วิทยุ        สภ.เมืองศรีสะเกษ ว่ามีเหตุราษฎรทะเลาะวิวาท สถานที่เกิดเหตุ     ต.หนองครก อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ตำรวจ 20- ก ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบ นายxxxx  xxxxx  (ผู้ก่อเหตุ) พร้อมอาวุธปืนลูกซองยาว จำนวน 1 กระบอก และพบลูกกระสุนบรรจุอยู่ภายในรังเพลิง จึงทำการเคลียอาวุธ และนำตัวนายหนูรัตน์ พวงพลอย พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนกระบอกดังกล่าว ส่งพนักงานสอบสวนและดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป          พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์        ตามคดีอาญาที่ 590/2569 

จุดกวดขันวินัยจราจร

วันนี้ ( 5 มิ.ย.69 ) เวลา 12.22 น.        พล.ต.ต.ดนัย  รัตนประเสริฐ  ผทค.ตร. รอง ผบก.ภ.จว. ศรีสะเกษ ตรวจเยี่ยม ได้ให้คำแนะนำและกำชับในการปฏิบัติหน้าที่ ,ให้เพิ่มความเข้มในการตรวจรถยนต์,รถจักรยานยนต์ และบุคคล ในการตั้งด่านตรวจ/จุดกวดขันวินัยจราจรประจำวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา  12.00-14.00 น ดังนี้ บริเวณ จุดกวดขันวินัยจราจร  ถนน 226 บริเวณหน้าสวนสาธารณะกุดหวาย ต.หญ้าปล้อง อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ  โดยมี     พ.ต.ต.จงจิตร เทพวงษา สว.จร.สภ.เมืองศรีสะเกษ (เมือง61)       ร.ต.อ.หญิงอรนิภา เมี้ยนมิตร รอง สว.จร.สภ.เมืองศรีสะเกษ (เมือง 6-0) เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติ

ว.4 รับตัวเหตุ ลักทรัพย์

วันนี้ ( 5 มิ.ย. 69) เวลา 14.30น. ร.ต.ท.สมมิตร นัยเนตร   รอง สว(ป)สภ.เมืองศรีสะเกษ  ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร 2-0 พร้อมด้วย สายตรวจรถยนต์ สายตรวจเขต1-4 🚨ว.4 รับตัวเหตุ ลักทรัพย์ ในร้านสะดวกซื้อ7-11 สาขา โรงพยาบาลศรีสะเกษ ผู้ถูกจับกุม น.ส.xxxx xxxxx ที่อยู่  อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ อายุ 38 ปี ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป

ร่วมงานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

วันนี้ (2 มิ.ย. 69) เวลา 10.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.นรินทร์ บุพตา ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ มอบหมายให้👮‍♂️ร.ต.อ.หญิง เตือนจิต คำวิเศษ รอง สวป.(ชส.)สภ.เมืองศรีสะเกษ👮‍♂️พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.เมืองศรีสะเกษ 📌ร่วมงานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี📌การแต่งกาย : ชุดชาติพันธุ์เขมร📌ณ บริเวณโถงชั้น 1 อาคารศูนย์อารยธรรม 3 แผ่นดิน จังหวัดศรีสะเกษ โดยมี นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธี

ร่วมจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาในโอกาสวันสำคัญของชาติไทย เนื่องใน โอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569

วันนี้ (2 มิ.ย. 69) เวลา 09.00 น. 👮‍♂️พ.ต.อ.นรินทร์ บุพตา ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ , 👮‍♂️พ.ต.ท.เสกสรรค์ อุทโทรอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองศรีสะเกษ ,👮‍♂️พ.ต.ท.อภิรักษ์ บุญหนัก รอง ผกก.ป.สภ.เมืองศรีสะเกษ , 👮‍♂️พ.ต.ท.ยุทธนา ด้วงกล้า รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองศรีสะเกษ 👮‍♂️พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.เมืองศรีสะเกษ 📌ร่วมจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาในโอกาสวันสำคัญของชาติไทย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 📌สวมเครื่องแต่งกายชุดจิตอาสาพระราชทาน ประกอบด้วยเสื้อโปโลโทนสีดำ หมวกจิตอาสาสีฟ้า และผ้าพันคอสีเหลือง ร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความพร้อมเพรียง 📌โดย ทำความสะอาด ลานหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ เพื่อให้เกิดความสะอาด เรียบร้อย และสวยงาม เหมาะสมกับการเป็นสถานที่บริการประชาชนการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย